16 NOVEMBER 2016

“พศิน” ตั้งเป้าคว้ารางวัล “มาเก๊า กรังด์ปรีซ์” เป็นของขวัญให้คนไทย (เวอร์ชั่นภาษาไทย)

Pasin Lathouras is all set for one of the biggest challenges of his career as the second edition of the FIA GT World Cup is about to get underway in Macau – the 22-year-old Thai driver will race a Ferrari 488 GT3 for AF Corse in the prestigious end of season street race.

The FIA GT World Cup is an ambitious new annual initiative that aims to bring the best in sportscar drivers, teams and cars in the world together for an explosive end of year showdown.

The world-famous Macau Grand Prix event needs very little introduction. It’s grown over a lifespan of more than six decades into one of the world’s leading street races, a name that is every bit as iconic as Monaco, Singapore or Long Beach. It’s held around the 6.2 km, 19 turn Guia Circuit, a dramatic mix of very high speed straights and ultra tight, twisty and narrow corners.

The FIA GT World Cup arrived in the Macau Grand Prix for the first time last year and Pasin gained an entry. It proved to be a successful ‘world cup’ debut for the Thai driver in his third year racing ‘GT’ sportscars at Macau as he kept away from the walls and worked his way up the order to finish tenth, the only non-professional driver in the top ten as well as being the youngest competitor on the race.

After just one edition the FIA GT World Cup has really caught the imagination and the second year sees more factory teams and drivers taking part. The FIA explains the concept behind the ‘World Cup’ initiative in a statement to accompany this year’s second edition, which reads: “The creation of a GT World Cup is a way of harmonising all GT championships taking place all over the world, since it is imperative to contest a series recognised by the FIA and based on the FIA technical regulations in order to be eligible for qualification to the GT World Cup. FIA GT World Cup has become a reference event for GT drivers or manufacturers – an event that absolutely must feature among their record of achievement.”

It now really is a reference event. To say the entry list is of a ‘world class’ level is an understatement and there will be four full factory teams in action in Macau – Audi, Mercedes-Benz, Porsche and Lamborghini – with factory drivers as well as a string of further factory supported teams. The winners of the last five GT races to be held at the Macau Grand Prix are included on the entry list. The FIA GT World Cup has brought the best of the best together and it’s certainly going to be a tough test for Pasin to mix it up with these drivers, but it’s a challenge he’s relishing and learning with the best has been the target of the young driver’s career path.

The FIA GT World Cup falls during a very difficult period of time for Thailand as the country is mourning the loss of His Majesty King Bhumibol Adulyadej. Pasin’s Ferrari is carrying a specially revised livery in Macau this week to pay respects to King Rama IX.

The programme on track for the FIA GT World Cup starts tomorrow (Thursday 17 November) with a 30 minute Free Practice 1 session (1230-1300). Free Practice 2, which is also of 30 minutes duration, will take place the next day (Friday 18 November) at 1040-1110. The action will then wind up in the afternoon with the 30 minute official Qualifying session at 1455-1525. The weekend kicks off on Saturday (19 November) with the Qualification Race, which is scheduled for 12 laps (1210-1310), before the FIA GT World Cup takes goes to green lights at 1255 on Sunday (20 November) and is scheduled for 18 laps.

Pasin Lathouras: “I love to race at Macau, it’s just one of the most amazing circuits in the world and to be back in the GT World Cup for a second year and share the track with the best sportscar racing pro drivers is a great privilege. Obviously with a lot of factory cars on the entry we have to fight on our own level but I will aim like last year to keep pushing hard, keep out of trouble and hopefully be in a good position to get a strong result in the final. It’s been a very sad time over the last month for Thailand so I’m very proud to be carrying a livery to pay respects this weekend and I will do my very best to try to secure a good result for Thailand.”

“พศิน” ตั้งเป้าคว้ารางวัล “มาเก๊า กรังด์ปรีซ์” เป็นของขวัญให้คนไทย

พศิน ลาทูรัส ดาวขับไทยวัย 22 ปี เตรียมความพร้อมอย่างหนัก ก่อนควบรถแข่งเฟอร์รารี่ 488 จีที3 ภายใต้สังกัด เอเอฟ คอร์เซ ในการลุยศึก เอฟไอเอ จีที เวิลด์คัพ ในสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งถูกบรรจุเป็นโปรแกรมการแข่งขันสุดท้ายของฤดูกาลที่ มาเก๊า กรังด์ปรีซ์ เจ้าตัวตั้งเป้าคว้ารางวัลเพื่อเป็นของขวัญให้แฟนชาวไทย

ศึก เอฟไอเอ จีที เวิลด์​คัพ ถือเป็นรายการแข่งขันใหม่ที่เพิ่งถูกก่อตั้งขึ้นมาเป็นปีที่ 2 โดยถือเป็นการแข่งขันที่รวมยอดนักขับชั้นนำของโลกในประเภท จีที 3 มาไว้ในสนามเดียวกัน ที่ มาเก๊า กรังด์ปรีซ์ เพื่อให้เห็นศึกมอเตอร์สปอร์ตเรซปิดฤดูกาลที่ยิ่งใหญ่ของแต่ละปี โดยในปี 2016 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 19-20 พฤศจิกายนนี้

มาเก๊า กรังด์ปรีซ์ ถือเป็นเทศกาลมอเตอร์สปอร์ตระดับตำนาน ที่แทบไม่ต้องแนะนำอะไรมากกับแฟนๆ ทั่วโลก เพราะเป็นที่รู้จักและเติบโตมาอย่างยาวนานกว่า 6 ทศวรรษ ด้วยชื่อเสียงอันโด่งดังและถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งในการแข่งขันแบบปิดเมือง หรือ สตรีทเรซ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เช่นเดียวกับ โมนาโก และ สิงคโปร์ โดยสนามแห่งนี้มีระยะทางต่อรอบ 6.2 กิโลเมตร, 19 โค้ง ภายใต้ชื่อ “เกีย สตรีท เซอร์กิต” ซึ่งประกอบด้วยโค้งหลากหลายแบบทั้งไฮ-สปีด, โค้งแคบและคดเคี้ยว รวมถึงทางตรงที่ทำความเร็วได้สูงมาก

เอฟไอเอ จีที เวิลด์​คัพ ถูกแนะนำตัวครั้งแรกใน มาเก๊า กรังด์ปรีซ์ ในปี 2015 ที่ผ่านมา และ พศิน ก็ถูกบรรจุเข้าในกริดสตาร์ทด้วย ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงความสำเร็จที่สามารถเข้าไปอยู่ในการแข่งขันระดับ “เวิลด์ คัพ” ซึ่งนักขับไทยวัย 21 ปี (ในขณะนั้น) ได้ลงแข่งขันในรายการ จีที สปอร์ต คาร์ ที่ มาเก๊า เป็นปีที่ 3 พร้อมกับทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการคว้าอันดับ 10 และถือเป็นนักขับกึ่งอาชีพเพียงคนเดียวที่จบเรซในอันดับท็อปเท็น

หลังจัดการแข่งขันได้เพียงครั้งเดียวก็แสดงให้เห็นถึงระดับความเข้มข้นและยิ่งใหญ่ของ เอฟไอเอ จีที เวิลด์ คัพ ได้เป็นอย่างดี โดยในปีที่ 2 ซึ่งแค่จินตนาการก็มองเห็นภาพของความมันส์ระดับโลก โดย สหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ หรือ เอฟไอเอ มีคอนเซ็ปต์ของรายการนี้ว่าเป็น “เวิลด์ คัพ” ของการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต และนี่คือปีที่ 2 ติดต่อกันแล้ว

“การก่อตั้ง จีที เวิลด์​คัพ เป็นแนวความคิดที่สอดคล้องกับการแข่งขัน จีที ที่มีขึ้นทั่วโลก ซึ่งแน่นอนว่าต้องอยู่ภายใต้กฎด้านเทคนิคของ เอฟไอเอ เพื่อเป็นมาตรฐานของเวิลด์คัพ โดยนักขับที่ถูกเชิญเข้าร่วมการแข่งขันรายการนี้จะต้องเป็นนักขับจากทีมโรงงาน รวมถึงสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดทั้งปีกับการแข่งขันในแต่ละฤดูกาล”

และแน่นอนว่าในตอนนี้ สามารถกล่าวได้ว่ารายชื่อนักขับในการแข่งขันรายการนี้ คือนักขับระดับ “เวิลด์คลาส” ซึ่งเข้าร่วมการแข่งขันภายใต้ทีมโรงงานอย่างเต็มรูปแบบในศึก มาเก๊า กรังด์ปรีซ์ อาทิ ออดี้, เมอร์เซเดส-เบนซ์, ปอร์เช่ และ ลัมบอร์กินี รวมถึงนักขับในสังกัดทีมโรงงาน และนักขับจากทีมที่ได้รับการซัพพอร์ตจากค่ายผู้ผลิต

ทั้งนี้ ผู้ชนะใน 5 เรซล่าสุดของการแข่งขัน จีที จากทั่วโลกจะมีรายชื่ออยู่ในการแข่งขันที่ มาเก๊า โดย เอฟไอเอ จีที เวิลด์ คัพ ถือเป็นการรวมที่สุดของที่สุดของนักขับจากทั่วโลก ซึ่งถือเป็นงานยากสุดๆ แต่ก็นับเป็นบททดสอบที่ดีของ พศิน ในการต่อสู้ของนักขับเหล่านี้ แต่ความท้าทายมากกว่านั้นคือการได้ลิ้มลองและเรียนรู้ ในเรซที่ยากที่สุดของนักขับดาวรุ่งอย่าง พศิน ที่มีเป้าหมายสูงสุดในการแข่งขันระดับท็อปของโลก

การแข่งขัน เอฟไอเอ จีที เวิลด์​คัพ จัดขึ้นในช่วงเวลาแห่งการถวายความอาลัยของชาวไทย หลังจากการสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช โดย พศิน จะลงแข่งขันภายใต้รถแข่งเฟอร์รารี่ลายพิเศษในศึก มาเก๊า กรังด์ปรีซ์ ในสุดสัปดาห์นี้ เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อพระมหากรุณาธิคุณ หาที่สุดมิได้ของในหลวงรัชกาลที่ 9

สำหรับโปรแกรมอย่างเป็นทางการของ เอฟไอเอ จีที เวิลด์​คัพ จะออกสตาร์ทตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายนนี้ ด้วยการซ้อมครั้งที่ 1 (FP1) เป็นเวลา 30 นาที ในเวลา 12.30-13.00 น. ก่อนจะลงซ้อมครั้งที่ 2 (FP2) ด้วยระยะเวลาเท่ากันในวันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายนนี้ ในเวลา 10.40-11.10 น. และในช่วงบ่ายของวันเดียวกันจะมีการควอลิฟายอย่างเป็นทางการในเวลา 14.55-15.25 น. ก่อนจะลงแข่งขันในรอบควอลิฟายเรซในวันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายนนี้ ในเวลา 12.10-13.10 น. โดยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ในเวลา 12.55 น. แข่งขันทั้งสิ้น 18 รอบสนาม

พศิน เปิดเผยว่า “ผมรักในการแข่งขันที่ มาเก๊า เพราะถือเป็นหนึ่งในสนามที่มหัศจรรย์ที่สุดของโลก และนี่คือการกลับมาแข่งขัน จีที เวิลด์​ คัพ เป็นปีที่ 2 ติดต่อกันของผม ซึ่งจะต้องลงดวลความเร็วกับรถสปอร์ตประเภทจีทีที่ดีที่สุดของโลก ภายใต้การขับของนักแข่งที่แข็งแกร่ง ที่ผ่านมาการได้แข่งขันกับทีมแข่งโรงงาน ทำให้ผมพัฒนาขึ้นมาอีกขั้น แต่ผมก็ยังคงต้องทำงานหนักเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาต่างๆ และหวังที่จะอยู่ในอันดับที่ดีเมื่อจบการแข่งขัน”

“ตอนนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก กับความโศกเศร้าของชาวไทย ฉะนั้นผมภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ลงแข่งขันในนามของคนไทย มีธงชาติไทยติดที่รถแข่งและชุดแข่ง รวมถึงในสุดสัปดาห์นี้เราจะทำรถแข่งลายพิเศษเพื่อถวายความอาลัย และแสดงความจงรักภักดีต่อพระมหากรุณาธิคุณ หาที่สุดมิได้ของในหลวงรัชกาลที่ 9 และแน่นอนผมจะทำผลงานให้ดีที่สุดเพื่อเป็นของขวัญให้กับคนไทย”